TaewRaew's profileTHE TAXI DIARYPhotosBlogLists Tools Help

TaewRaew

Location

THE TAXI DIARY

November 05

Mouth TAXI

Nov. 5 Evening ถามแท็กซี่ว่าไปพุทธบูชาเป็นไหมคะ เค้าก็บอกว่า รู๊! อืม เสียงเหมือนเราไปหาว่าแค่นี้เค้าก็ไม่รู้ ก็แหม บางคนเค้าไม่ได้อยู่แถวนี้เค้าก็ให้บอกทางให้นี่ พวกแท็กซี่นี่เอาใจยากจิงเว๊ย
Nov. 5 Morning โดนไล่ลงจากแท็กซี่กลางทาง เรื่องมันมีอยู่ว่าบอกให้แท็กซี่ไปทางลัด เข้าพระจอมเกล้าธนบุรีไปเลย เพราะเรากลัวรถติด เค้าก็บอกว่ามันอ้อม ตรงไปเถอะนะ เราก็บอกว่าไม่เป็นไรหรอก เข้าไปเถอะ เค้าก็พูดคำเดิม แล้วมันก็ไปจอดเลยปากทางเข้ามหาลัย กดมิเตอร์แล้วก็บอกว่าคุณลงไปเหอะ ผมไม่ไปแล้ว เออ...ดูมันทำ เป็นแท็กซี่ประสาอะไร ไม่ฟังผู้โดยสาร อยากเป็นศิลปินไปทำอย่างอื่นดีกว่ามั๊ง หรืออยากขับรถตามใจตัวเอง ก็เลิกเป็นแท็กซี่ไปเหอะ ไม่รุ่งหรอก เรียกแท็กซี่คันใหม่ก็นะ จะปาดเข้ามารับเราก็ไม่ได้ดูรถทางขวาเล๊ยยย สรุปก็ไปถึงที่ทำงานแบบลุ้นๆอีกวัน
 
Nov. 2 Evening ลุงแท็กซี่ เล่าเรื่องลูกๆให้ฟัง ลุงทำงานส่งลูกจนจบปริญญาหมด แต่ไหงลูกๆไปมีลูกมาแล้วก็เอามาทิ้งไว้ให้ลุงส่งเสียอีกสองคน ลุงบอกว่าไหนๆผมลำบากมานานแล้วก็ลำบากไปจนตายเลยแล้วกัน เฮ้อ... เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าปริญญาและพ่อดี ไม่ได้ช่วยอะไรให้จิตใจคนดีขึ้น
Nov. 2 Morning เช้านี้ต้องเริ่มไปเองแล้ว ฟลุ๊คมาก มีแท็กซี่ในคอนโดพอดี ถึงที่ทำงานแบบชิวๆ  บ้านใกล้แค่นี้ จะซื้อรถใหม่แล้วต้องรีบตื่นไปจองที่จอดทำไม ไปแท็กซี่ก็ได้ สบายและประหยัด(กว่าขับเอง)
 
Nov. 1 Evening ขึ้นแท็กซี่กลับบ้านตามปกติ ไม่มีปัญหา
Nov. 1 Morning เริ่มงานวันแรกที่กสิกร เช้านี้พี่ป๊อปไปส่ง เป็นกำลังใจ ขอบคุณกับ
 
July 31

Another happy week

อาทิตย์ที่ผ่านมา อ่านหนังสือไปได้ 5 เล่ม หลังจากที่เลิกงานเร็วจังแล้วไม่รู้จะทำอะไร
เป็นหนังสือเรื่องสั้นของ โซฟี คินเซลลาล้วนๆ เขียนโคตรเก่งเลยคนอะไรฟะ
ถ้าใครมีสายเลือดนักช็อปอยู่ในตัว เราขอแนะนำให้คุณอ่าน มันส์มาก ตอนนี้คุณพลอย จริยะเวชแปลออกมาได้ 4 เล่มแล้ว
 
แล้วก็ได้รางวัลของแอ๊คเคลียวิว ได้คอนแท็คเลนส์มา 4 กล่องแน่ะ โฮะๆๆๆ
ดีใจจริงๆที่ได้ยีนส์ดวงดีทางจับฉลากมาจากแม่ ถึงจะไม่ได้เต็มๆแบบแม่ก็ตาม แค่นี้ก็ดีใจแล้วนิ เย้ๆ
 
July 21

Happy Birthday Papa!

วันนี้วันเกิดพ่อ อายุครบเท่าไหร่แล้วไม่แน่ใจแฮะ แต่คงไม่เป็นไร เพราะหลังหกสิบแล้ว เราปัดเศษเป็น round number ทั้งหมด
 
วันนี้รู้สึกดีที่เราทำงานที่นี่แล้วได้เลิกงานสี่โมงครึ่ง พี่เต้-พี่อัง-น้องแพมมารอรับที่สถานีรถไฟใต้ดินแล้วกลับมาฉลองวันเกิดพ่อ(&คุณปู่)ที่บ้านพร้อมกัน นี่ถ้าเราทำงานบริษัทธรรมดาเลิกงานเย็นย่ำค่ำมืด ก็คงไม่ได้อยู่กินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากันอย่างงี๊ เพราะแพมเองก็ต้องนอนเร็ว แค่วันนี้ก็โยเยจะแย่แล้ว
 
อาหารวันนี้ไม่ได้พิเศษอะไร เพียงแต่จัดให้หน้าตาดูดีขึ้น แล้วก็ซื้อเค้กไอติมสเวนเซ่นมากินกัน
ก่อนตัดเค้ก เราก็เล่นเปียโนเพลงHappy Birthday แบบมั่วๆ เพราะโน้ทที่เคยใช้ประจำดันหายไปไหนก็ไม่รู้ แต่ทุกคนก็ร้องกลบๆไป เลยรวมๆแล้วโอเค แพมนั่งกับปู่อยู่ใกล้ๆเค้กเหมือนเป็นวันเกิดตัวเอง คงงงๆว่าทำไมทุกคนร้องเพลงกันหมด (หยุดโยเยไปได้สักพัก)
บรรยากาศเหมือนงานวันเกิดสมัยตอนเป็นเด็กๆเลย ดีจังแฮะ
July 20

Thai mass transportation

เคยสังเกตไหมว่า
ข้อแรก ทำไมสถานีรถไฟใต้ดินของไทยไม่มีห้องน้ำ
...จำได้ขึ้นใจว่าขึ้นครั้งแรก หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้เข้าห้องน้ำ แต่อกหัก
 
ทำไมทั้งรถไฟฟ้าBTSและรถไฟใต้ดินคนถึงได้แน่นมากและต้องรอคิวแม้กระทั่งเวลาจะออกจากเครื่องสอดบัตรตรงทางออก
 
ทำไมต้องไปแอบๆขายตั๋วเดือนรถไฟใต้ดินกันตามที่ประหลาดๆไกลๆ เหมือนไม่อยากขาย
...ใครยังไม่รู้ ขอบอกว่ามันมีตั๋วเดือนขายนะ ขึ้นกี่เที่ยวก็ได้ ภายในหนึ่งเดือน
July 11

My New Workplace

เราเริ่มงานมาได้สักเดือนนึงแล้ว เป็นเจ้าหน้าที่อยู่ที่ JICA (Japan International Cooperation Agency) หรือไจก้านะคะ ไม่ใช่ ใจกล้า
อยู่ที่นี่ก็เหมือนได้เปิดโลกทัศน์ของตัวเองเกี่ยวกับเมืองไทยดี ได้ความรู้อะไรใหม่ๆเกี่ยวกับการดำเนินนโยบายต่างๆของประเทศไทย ถึงงานจะยากมากๆ โดยเฉพาะภาษาญี่ปุ่นที่ยากเหลือเกิน แต่เนื้อหางานก็น่าสนใจ เพื่อนร่วมงานดีทุกคน ทำอะไรก็คิดถึงประโยชน์ของส่วนรวมมาก่อน อาจจะเพราะว่าที่นี่ไม่ใช่องค์กรที่ไปเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของใครก็ได้นะ ทุกคนมี possitive thinking อยู่แล้วสบายใจ
 
ส่วนนายไม่ต้องพูดถึง น่ารักมากๆ พร้อมให้ความช่วยเหลือลูกน้องตลอดเวลา นายเคยพูดในที่ประชุมว่า "อะไรที่คิดว่าเจรจาแล้วลำบากใจ ให้ผมพูดให้แล้วเร็วกว่า ดีกว่า ก็บอกมาเลย ใช้ผมให้เป็นประโยชน์นะ" สมกับเป็นนายคนญี่ปุ่นจริงๆ ไม่ใช่เอาดีเข้าตัว เอาชั่วโยนให้คนอื่น น่าประทับใจมากค่ะ   
June 29

After home return

หลังปิ๊กบ้านมา

 

เมืองไทยของแพงจัง ค่าครองชีพสูงขึ้นเยอะมาก เครื่องใช้ไฟฟ้า เฟอร์นิเจอร์แพงหูดับ ! (นี่มันผลิตกันที่เมืองไทยไม่ใช่เหรอคู๊ณณณ)

ของนำเข้าจากญี่ปุ่น เพียงคุณแค่เอาราคาเป็นเยน มาเปลี่ยนหน่วยเป็นบาทเท่านั้น คุณก็จะได้ราคาที่เมืองไทยทันที ทำไมมันถึงได้แพงโหดร้ายอย่างนี้

ของร้านหกสิบบาทก็ซื้อไม่ลง ต้องกัดฟันซื้อเพราะมันแพงกว่าญี่ปุ่นสองเท่า

อาหารหลายๆที่หน้าตาดูดีขึ้น ร้านตกแต่งดีขึ้น แต่ก็อย่างว่าแพงเชียว แม้แต่ในฟู๊ดเซนเตอร์ก็ตาม

ในรถไฟก็หน๊าวววววหนาว ไปไหนมาไหนต้องเอาเสื้อแขนยาวบางๆหรือผ้าพันคอติดไปด้วย ไม่งั๊นไข้จับ

รถบนถนนก็ไม่ต้องพูดถึง ขับรถกันได้แบบ หัวใจจะวาย อารมณว่า ข้าจะเปลี่ยนเลน ถ้าแกไม่หลบให้ ข้าจะชนเอ็งแน่ (ทั้งๆที่เปลี่ยนเลนไปมันก็ไม่ได้ช่วยให้เร็วขึ้นเลยนะ)

 

ส่วนเรื่องดีๆ อืมมมม มีสยามพารากอนล่ะมั๊ง มีทุกอย่างครบดี อยากทำธุระอะไรก็ทำได้ในที่เดียว ที่จอดรถเยอะ จะไม่ดีก็ตรงที่จะเริ่มเก็บค่าที่จอดแล้วนี่แหล่ะ

อืมมม อะไรอีก ธนาคารมีประเภทบริการมากขึ้น สะดวกขึ้นมั๊ง 

เรื่องดีๆอย่างอื่น เดี๋ยวขอไปคิดอีกที ...

June 09

getting old

แก่จัง
 
กลับมาคราวนี้ไม่ค่อยแอ็คทีฟเลย แถมยังป่วยบ๊อยบ่อย
คราวนี้ก็มาเป็นโรคผื่นขึ้นเพราะพักผ่อนไม่พออีก
แต่ก่อนไม่ได้นอนทั้งคืนก็ยังอยู่ได้นะ ไหงตอนนี้ผื่นแดงขึ้นทั้งตัวเหมือนเป็นหัดเลยล่ะ
แถมมาเป็นตอนไหนไม่เป็น เป็นตอนที่ไม่มีประกันอะไรกับเค้าสักอย่าง ค่าหมออานเลย
ทำงานไปได้สามวันก็ลาป่วยซะแล้ว คนที่ทำงานเป็นห่วงกันหมดเลยว่าเค้าติวเราเข้มไปรึเปล่า ฮาๆ
ตอนนี้ดีขึ้นแล้วล่ะ อยากหายเร็วๆ ไม่ชอบตัวเองเวลาเหี่ยวๆเล๊ย
May 31

Update about me

ก็กลับมาถึงเมืองไทยโดยสวัสดิภาพ เมื่อวันที่ 12 เมษา หลังจากไปซิ่งที่ New York มาสิบวัน โดยได้รับการอุปถัมภ์ที่พักและข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวจากพี่ต้นและพี่ทักกี้ แล้วก็มีน้องสมรคนงามมาช่วยเป็นไกด์ชะโงกทัวร์ให้อีกสองวัน หนุกดีค่ะ ขอบคุณทุกคนมากๆนะคะ
 
หลังจากกลับมาก็เที่ยวๆๆ เจอเพื่อนๆๆ หางานๆๆ แล้วก็เตรียมงานแต่งงานไง
 
เราก็ไปนั่งตบยุงดูหมอมา ได้ฤกษ์งานยามดีออกมาว่า ต้องแต่งวันอาทิตย์ที่ 17 กันยานี้ ไม่มีฤกษ์อื่นให้เป็นชอยส์
เหลือเวลาเตรียมงานแค่ประมาณสี่เดือนเอง เพราะฉะนั้นก็เลยต้องเดินหน้าเต็มที่
ตอนนี้เริ่มเชื่ยวชาญแล้วล่ะ อีกหน่อยใครจะแต่งงาน เดี๋ยวเปิดติวให้เลย ฮาๆ
 
พรุ่งนี้เราจะเริ่มทำงานที่ใหม่แล้ว จะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้
อาทิตย์ที่แล้วไปมาครั้งแรก บรรยากาศเหมือนอยู่ออฟฟิสที่ญี่ปุ่นมากค่ะขอบอก อาจจะญี่ปุ่นกว่าที่Thai Trade Centerซะอีก ขี้เกียจหางานใหม่แล้ว ถ้าอยู่แล้วแฮปปี้ก็คงอยู่ที่นี่ต่อไปเรื่อยๆแล้วล่ะ สู้ตายค่า
March 21

Last 10 days

เหลืออีกเพียงสิบวัน หลังจากใช้ชีวิตเจ็ดปีในญี่ปุ่น
เริ่มมีงานเลี้ยงอำลาถี่ขึ้นทุกที แต่เพราะยังจัดของไม่ค่อยจะเสร็จ แล้วก็ยังมีงานคั่งค้างที่จะต้องไปทำ...
เลยยังไม่ค่อยรู้สึกเลยว่าอีกไม่นานเราก็จะไม่ได้เดินบนถนนที่เราเดินกลับบ้านอย่างงี๊ทุกวันอีกแล้ว
 
พอเริ่มมีการลาจาก เพื่อนลากันไปอยู่คนละทิศละทาง เมื่อนั้นเราก็จะยิ่งรู้สึกถึงคำว่า move on ในชีวิต
จริงๆก็มีอะไรอีกหลายอย่างเหมือนกันที่เราไม่ได้ทำตอนที่อยู่ญี่ปุ่นนี่ จะว่าไปก็เสียดายเหมือนกัน แต่ยังไงเราก็คิดว่ามันได้เวลาที่เราควรจะไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่เมืองไทยสักทีแล้ว
 
ฮ๊า สู้ๆๆๆๆ
 
March 13

Food Package Designer

วันนี้พากลุ่ม Food Package Designer ที่ชนะการประกวดการออกแบบบรรจุภัณฑ์อาหารของกรมฯไปดูงานมา
 
ที่แรก เราไป Osaka Design Center ที่ ATC เจ้าหน้าที่ได้พาเราเดินดูบริเวณขอ Design Center ที่ประกอบไปด้วย พื้นที่จัดแสดง ให้พวกนักออกแบบได้มาแสดงผลงานกันได้ฟรี มีพื้นที่ให้นักออกแบบเช่าเป็นออฟฟิสเล็กๆ ตอนนี้มีผู้เช่าทั้งหมด 40 บริษัทมีศูนย์ให้คำปรึกษาเรื่องดีไซน์ แล้วก็ห้องสมุดเกี่ยวกับดีไซน์ มีหนังสือเยอะมาก เจ้าหน้าที่กรมบอกว่ามีมากกว่าที่กรมสี่เท่าได้
 
หลังจากนั้น เราก็ได้ไปพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับ Mr. Kitanaka เป็นเจ้าของบริษัทออกแบบบรรจุภัณฑ์ และเฟอร์นิเจอร์สำหรับโรงเรียนอนุบาลที่ทำจากกระดาษลัง เค้าเป็นอาจารย์สอนวิชาการออกแบบบรรจุภัณฑ์โดยเฉพาะด้วย พวกเราก็เลยได้ความรู้ไปอีกหลายๆอย่าง
 
พอบ่าย เราก็ไปที่ Nissin Instant Ramen Memorial ที่อิเคดะ สนุกดีนะ ได้ความรู้เกี่ยวกับประวัติการทำบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปของญี่ปุ่น ความจริงเค้ามีให้ออกแบบถ้วยบะหมี่เองด้วย แต่เราไม่มีเวลา และขี้เกียจอีกต่างหาก ก็เลยไม่ได้ทำ ถ้ามีลูกก็น่าจะพามาเดินเล่นเหมือนกันนะ  เค้าทำpresenttionดี เข้าใจง่ายมาก
 
พอตกเย็น เราก็มุ่งหน้ากลับเข้าเมืองมาที่ Gallery ของบริษัท Heiwa Paper Co.,Ltd. เป็นบริษัทขายส่งกระดาษ วันนี้พอดีเค้ามีงานเลี้ยงเพื่อเปิดงานนิทรรศการแสดงผลงานด้าน packaging ของสมาชิก Japanese Packaing Association เลยได้ดูผลงานสร้างสรรต่างๆด้วย แปลกตาดี แถมได้ตีสนิทพวกดีไซเนอร์ จะได้ติดต่อขอให้เค้ามาเป็นวิทยากรของกรมต่อไปอีกต่างหาก คุ้มๆๆ
 
เดี๋ยวคอยดูรูปใน Photo ต่อไปแล้วกันนะคะ
 
 
 
 
 
 
 
Photo 1 of 8